ทริปสร้างแรงบันดาลใจ ที่ใช้เวลาเที่ยวในประเทศนานที่สุดถึง 6 คืน 7 วัน (นานเหมือนไปต่างประเทศเลยทีเดียว) แต่ผมรู้สึกว่ามีความสุขใจมากกว่าไปเที่ยวต่างประเทศอีก เพราะที่นี่คือประเทศไทย…บ้านของเราเอง

ประเทศเรามีแหล่งท่องเที่ยวสวยๆเยอะมากในทุกๆภาค ทั้งทะเล ภูเขา ชุมชน วัฒนธรรมที่หลากหลาย ศาสนาที่แตกต่าง ผู้คนที่ยิ้มแย้ม อัธยาศัยของพวกเราน่ารักจนชาวต่างชาติหลายคนที่มาเมืองไทยเป็นครั้งแรกต้องเอ่ยปากชม… ในฐานะเจ้าของบ้าน เราก็ภูมิใจเหมือนกันจริงไหมครับ

วีดีโอในสไตล์ “Cinematic” ของทริปนี้ทั้งหมดครับ

คำว่า “สยามเมืองยิ้ม” มันไม่ได้เลือนจางหายไปไหน รวมๆแล้วมันก็ยังคงมีอยู่จริงบนใบหน้าของเราทุกคน

ถึงแม้ผมจะเห็นการเอารัดเอาเปรียบในเรื่องการท่องเที่ยวอยู่บ้าง แต่ผมก็ค่อนข้างจะเห็นใจชาวบ้านที่ทำมาหากินกับการท่องเที่ยว เพราะเราไม่ได้เดินทางท่องเที่ยวกันตลอดเวลา ก็ต้องมีช่วงกอบโกยกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา เราไปเที่ยว เค้าได้เงิน เค้ามีรายได้ เลี้ยงครอบครัว ส่งลูกหลานเรียนหนังสือ เศรษกิจชุมชนดี มีเงินเก็บ อาชญากรรมและการย้ายถิ่นก็ลดน้อยลง… เราในฐานนะคนไปเที่ยวก็คงต้อง “เที่ยวอย่างมีจิตสำนึก” และช่วยกันดูแลแหล่งท่องเที่ยวของเราให้น่าเที่ยวตลอดไปด้วยนะครับ

เข้าเรื่องทริปแม่ฮ่องสอน

ผมเริ่มต้นวางแพลนด้วยการศึกษาเส้นทางจากรีวิวแหล่งต่างๆ จำนวนวัน วางแพลนที่เที่ยว ที่พักค้างคืน การเดินทาง ค่าใช้จ่าย วันลางาน ซึ่งลงตัวที่ 7 วันเพราะผมต้องเดินทางด้วยรถทัวร์จากกรุงเทพทั้งไปและกลับ เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย (ไป-กลับ ประมาณ 1,500 บาท)


เช่ารถ

เตรียมเช่ารถและจองพักล่วงหน้า เพื่อให้ทุกอย่างคลาดเคลื่อนให้น้อยที่สุด เพราะผมไปกับเพื่อนๆ อีก 3 คนเพื่อลดค่าใช้จ่ายและต้องมีความสะดวกสบายประมาณหนึ่ง (ถ้าผมไปคนเดียว คงแบกเป้ไปหาเอาดาบหน้า ซึ่งผมเป็นคนกินนอนที่ไหนก็ได้ สบายสุดๆ)

น้ำตกวชิรธาร

ค่าเช่ารถคือค่าใช้จ่ายที่สูงเกือบครึ่งนึงของทริป เพราะเราตกลงกันว่าจะเลือกรถขนาดใหญ่ SUV ที่เหมาะสำหรับ 4 คน และขนสัมภาระตลอดการเดินทาง ซึ่งคงต้องเน้นเรื่องความปลอดภัยในการขับขึ้นเขาลงเขาด้วย เพราะหาทางหลายพันโค้งและทางที่เราไม่ชำนาณ คืออุปสรรค์อย่างแรกที่ผมนึกถึง (ค่าเช่ารถ Fortuner 6 วันของผมรวมค่าน้ำมันตลอดการเดินทางประมาณ 17,000 + ซื้อค่าประกันเพิ่มอีก 1,900 บาท)

ที่พัก

ส่วนเรื่องที่พักผมเลือกนอนกันหลากหลายที่มาก ถูกสุดคือ 200 แพงสุดคือ 2,500 ต่อคืน… มีทั้งแบบ Home stay แบบเต้นท์ของอุทยานฯ แบบที่พักหรูเน้นถ่ายรูปสวยๆ และแบบโรงแรมในเมืองเชียงใหม่ราคาถูก แบ่งภาระการจองให้กับเพื่อนๆช่วยกันเลือกที่ตัวเองอยากพัก ซึ่งทุกคนก็จะได้มีส่วนร่วมและรู้สึกว่ามันคือทริปของเขาเองด้วย (ส่วนตัวผมชอบเต้นท์ที่ปางอุ๋งมาก มันคือ The Best )

เต้นท์เช่าของอุทยานฯที่ปางอุ๋ง วิวติดกับอ่างเก็บน้ำเลย

Romance another story in Pai

Romance another story in Pai

การเดินทาง ที่เที่ยว ฯลฯ

ที่เที่ยวผมเลือกเที่ยวตาม route จากเชียงใหม่ ขับรถลงมาเส้น 1009 จองทอง-ดอยอินทนนท์ ผ่านน้ำตกวชิรธาร ค้างที่อินทนนท์ 1 คืนเพื่อตื่นมาดูทะเลหมอกที่จุดชมวิว กม.41 และขึ้นไปบริเวณยอดดอยอ่างกา

ในวันรุ่งขึ้น เราขับรถไปแม่ฮ่องสอนโดยผ่านทุ่งดอกบัวตองที่ดอยแม่อูคอ (ผิดหวังเล็กน้อยเพราะเริ่มเหี่ยวหมดแล้ว) เส้นทางค่อนข้างทรหดสมคำเล่าลือ เราผมก็ผ่านมันมาได้ด้วยดีโดยมีอาการวิงเวียนเล็กน้อย เพราะต้องอยู่บนถนนหนทางที่คดเคี้ยวเกือบ 6 ชั่วโมง

ในตัวเมืองแม่ฮ่องสอนเป็นเมืองที่ผมชอบมากและผมโชคดีมาก คืนนั้นมีงาน “เปิดเมืองไต” เป็นวันแรก ผมได้สัมผัสกับวัฒนธรรมท้องถื่นของ จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งมาที่เดียวครบเลย แถมยังได้ “ลอยกระทงสวรรค์” ที่นับว่าเป็นของแถมแบบไม่ได้แพลนมาก่อนล่วงหน้า… รุ่งเช้าเมืองทั้งเมืองเต็มไปด้วยหมอก สมกับคำว่า “เมือง 3 หมอก” ของภาคเหนือจริงๆ

วีดีโองานเปิดเมืองไต ที่ผมได้แอบมีส่วนร่วมกับเค้าด้วยครับ

ก่อนตรงไปปางอุ๋ง ผมแวะขึ้นไปวัดพระธาตุดอยกองมู เราจะเห็นเมืองแม่ฮ่องสอนทั้งเมืองจากบนนี้ เหนือกว่าสิ่งอื่นใด… ผมได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของแม่ฮ่องสอนเพื่อความเป็นสิริมงคง ต่อด้วยจิบกาแฟที่ร้านกาแฟเล็กๆบนพระธาตุฯ นับว่าเป็นร้านกาแฟที่วิวดีและรสชาติดีที่สุดของทริปนี้เลยก็ว่าได้

จากแม่ฮ่องสอนไป “ปางอุ๋ง” ใช้เวลาไม่นานมาก แต่หนทางก็ผ่านหุบเขาและทางขึ้นเขาที่เล็ก คดเคี้ยว และชันเป็นบางช่วง ผมรีบขึ้นไปให้ถึงปางอุ๋งก่อนบ่าย 2 เพื่อจัดการเรื่องเต้นท์และจะได้มีเวลาเดินสำรวจถ่ายรูปแหล่งท่องเที่ยว Top Hit ของคนไทยที่ใครหลายคนฝันไว้ว่าอยากจะมา “ซึมซับพลังจากธรรมชาติ” ของที่นี่สักครั้ง… มาเถอะ ถือว่าผมขอร้อง

การมาถึงที่ปางอุ๋งช่วงบ่ายๆทำให้เราสามารถเดินสำรวจได้ทั่วทั้งบริเวณหมู่บ้านปางอุ๋ง, สันเขือนอ่างเก็บน้ำ, ดงต้นสน หาของกิน ดิวหมูกระทะกับเตาถ่านของชาวบ้านไว้ น่าจะ 600 บาท (ไม่ต้องกลัวอดตายเพราะของกินในหมู่บ้านเยอะมาก)

 

ตกค่ำกลิ่นหมูกระทะอบอวลไปทั่วบริเวณ (มีเต้นท์ของครอบครัวชาวมุสลิมมากางเต้นท์ติดกับเต้นท์ผม รู้สึกผิดมหันต์ ทำให้ต้องรีบๆย่างรีบๆกินให้เสร็จเร็วๆ เพราะเกรงใจเค้ามากจริงๆ)

ตื่นเช้ามากับอากาศหนาวเย็นจับใจ…หายใจเป็นไอบางๆ รู้สึกสบายใจมากอย่างบอกไม่ถูก ที่ได้มาฟอกปอดกับอากาศบริสุทธิ์ที่นี่ ถึงแม้วันที่ผมไปจะไม่ได้เจอกับหมอกหนาเหมือนในรูปรีวิว แต่ก็ได้รับประสบการณ์อันน่าจดจำของสถานที่นี้ไปพอสมควร (ติดอยู่เรื่องเดียวคือเรื่องห้องน้ำ ซึ่งเดินไกล และมีห้องอาบน้ำอยู่ห้องเดียว แถมหมูกระทะผสมเบียร์ 2 กระป๋อง “ทำพิษ” ตื่นมาเข้ท่ามกลางอากาศหนาวๆตั้งแต่ตี 5 จนถึง 8 โมงเดินไปเดินมาอยู่ 3 รอบ) ไม่เอาแล้ว หมูกระทะปางอุ๋ง….

เช้านี้เรามีแพลนต่อไปยัง “หมู่บ้านรักไทย” และตรงมายัง อ.ปาย ซึ่งก็ใช้เวลาเกือบครึ่งค่อนวัน กว่าจะมาถึงก็เกือบเย็นแล้ว ทันทีที่ได้สัมผัสกับรีสอร์ทสุดน่ารัก ที่มีทั้งฟาร์มแกะ ม้า และร้านกาแฟน่ารักๆอยู่ด้านใน ก็ทำให้อาหารเมารถหายไปอย่างปลิดทิ้ง…. พื้นที่ใหญ่มากทำให้เราเพลิดเพลินกับการขี่จักรยานเล่นพร้อมถ่ายรูปสวยๆในรีสอร์ทนี้จนลืมเวลา

“ถนนคนเดินปาย” เป็นถนนคนเดินที่คับคั่งไปด้วยนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและคนจีน ร้านขายของฝาก ร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร เหมือนกับว่าที่นี่คือแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างพัทยา ค่าครองชีพที่นี่ถือว่าไม่ถูก แต่ก็สามารถหาของกินอร่อยๆราคาสมเหตุสมผลได้อยู่เหมือนกัน

วันรุ่งขึ้นผมก็ขับรถเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของที่ปาย อย่าง “ปายแคนย่อน” และ “สะพานประวัติศาสตร์ปาย” ตกบ่ายก็ขับรถกลับมาทาง เส้น 1095 เพื่อที่จะไป “ดอยเชียงดาว” แต่ระหว่างทางและการตัดสินใจร่วมกันตอนนั้นคิดว่า เราจะไม่ไปที่เชียงดาวแล้ว และกลับมาเชียงใหม่เลย เพราะต้องไปต่ออีก 2 ชั่วโมง และทุกคนเพลียกับการนั่งรถและถนนหนทางที่ทรหดตลอดทางจาก ปาย-เชียงใหม่ เกือบ 4 ชั่วโมงแล้ว

กลับมาเชียงใหม่

เท่ากับว่าเราสามารถชิวๆที่เชียงใหม่ได้ 2 คืน หาของกินอร่อยๆ รอบคูเมือง เดินเล่นที่นิมมาน นั่งร้านชิวๆบนดาดฟ้า กินอาหารเหนือซึ่งหากินยากในกรุงเทพฯ

ผมคืนรถในช่วงค่ำนั้น และเรียก Grab ในตอนเช้าเพื่อมาส่งเราที่อาเขต 2 เพื่อเตรียมขึ้นรถกลับกรุงเทพตอน 10.00 รู้ตัวอีกที 2 ทุ่มที่กรุงเทพฯ หลับมาตลอดทางสลับกับหนัง 3 เรื่องบนรถทัวร์ VIP ของนครชัยแอร์

โอ้วววววว…. พิมพ์ไปพิมพ์มายาวเหยียด ไม่รู้จะอ่านหันไหม แต่เพื่อนๆสามารถ ติดตามคลิปพาเที่ยวทริปนี้แบบเต็มๆได้ที่ Youtube Channel ของผมครับ ลาไปแล้ว บ้ายบายยยย

The Weekend ขับรถเที่ยวเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน “เป็นวงกลม”? กับ 16 จุด Check-in

จุด Check in ทั้ง 16 จุดในคลิปมีดังนี้ครับ ? น้ำตกวชิรธาร ?จุดกางเต้นท์ดอยอินทนนท์ ?พระธาตุดอยอินทนนท์ ?จุด กม. 41ดอยอินทนนท์ ?สถานีตรวจอากาศดอยอินทนนท์ ?ทุ่งดอกบัวตอง ?อ.เมือง แม่ฮ่องสอน ?วัดพระธาตุดอยกองมู ? ปางอุ๋ง ?บ้านรักษ์ไทย ?ลีวายรีสอร์ท ?บ้านจ่าโบ่ ?ถนนคนเดินป่าย ?Romance another story in Pai ?ปายแครนย่อน ?สะพานปาย อุปกรณ์ : GoPro 7 + แบต 3 ก้อน + ขาตั้งกล้อง JOBY ผู้ร่วมทริป : 4 คน ช่วงเวลาที่ไป : ต้นธันวาคม 2561

#เมืองรอง #แม่ฮ่องสอน #ดอยอินทนนท์ #ปางอุ๋ง #ปาย #Vlog #TheWeekend #TAKEONTUBB #ไทยเท่ #amazingthailand

แกลลอรี่