เรื่องดีๆเกิดขึ้นที่ร้านตัดผมประจำ

แบบว่าเดินไปได้จากที่พัก ราคาไม่แพง ตัดตั้งแต่ร้านพึ่งเปิด จนปีกว่าละ แรกๆคนน้อยๆ จนตอนนี้ไปตัดต้องรอคิวแล้ว เพราะคนเยอะทั้งขาจรและลูกค้าเก่า (คนนี้ช่างประจำเราเอง) แถมเดือนหน้าบอกเราว่าจะขึ้นค่าตัดอีก 50 บาท ~ แต่วันนี้ไม่เหมือนวันอื่นๆ เพราะมีช่างฝึกงานใหม่ 3 คน เป็นผู้ชายดูเด็กๆ ทั้งหมด และลักษณะน้องเค้าเหมือนเด็กแว้นช่างกลมาก ดิบๆ เกรียนๆ ไม่มีราศีช่างผมเลย

ผมสังเกตน้องๆ เค้าตลอดช่วงระหว่างที่รอตัดผม ทั้ง 3 คนจะห้อมล้อมช่างผมที่กำลังตัดผมลูกค้า น้องๆจะคอยฟังว่าเค้าสอนอะไรบ้าง ท่าทางยังไง ซอยยังไง เป็นลูกมือด้วย คอยหยิบจับอะไรส่งให้ช่างตลอด ~ และทำอะไรไม่ค่อยจะเป็นงานเท่าไหร่ด้วย มีอยู่โมเม้นนึงชาวต่างชาติมาในร้านและนั่งรออยู่เช่นกัน ช่างผมก็สบตาน้องคนนึงแล้วบอกว่า ทำไมไม่เอาน้ำไปเสิร์ฟให้ลูกค้า

น้องเค้าก็รีบวิ่งไปหยิบน้ำในตู้เย็นแล้วเอามาใช้ช่าง เลยโดนช่างเอ็ดว่า นู่นนนน! สรุปฝรั่งไม่เอา น้องเค้าก็เดินมาบอกช่างว่า “เค้าไม่เอาพี่” ช่างเริ่มสบตาแรงแล้วเราได้ยินว่า ก็เอาไปเก็บสิ

ถึงคิวผมซะที หลังจากที่ช่างผมเข้ามาคุยทักทายปกติ แล้วเรียกให้น้อง 1 คนมาพาผมไปสระผม ผมรู้สึกว่าเหมือนผมกำลังขึ้นเขียง แล้วก็เป็นความรู้สึกตลอดที่สระผมกับน้องช่างมือใหม่คนนี้ ~ ให้ผมเดาคือน้องเค้าใจเต้นรัวๆและประหม่ามาก ทุกครั้งที่จับหัวผม เค้าไม่มั่นใจกับสิ่งที่ทำลังทำ ทุกกระบวนการเกิดจากการทบทวนที่เรียนมา เป็น process ที่ต้องทำอะไรก่อน-หลัง จากเสียงบ่นพรึมพรำบนหัวผม

แต่เรารู้สึกได้ว่าช่างประจำเราไม่ได้หายไปไหน เดินวนๆเวียนๆมากดูสม่ำเสมอนะ แม้ความรวดเร็วในการสระผม จะช้ากว่าปกติ 3-4 เท่าได้ แต่ผมก็ไม่ได้ปริปากอะไร เพราะไม่รีบ ~ ช่างผมประจำก็ตัดผมให้ปกติ โดยมีน้องๆ 3 คนมาห้อมล้อมเหมือนหัวคนอื่นๆ ตอนนี้ผมเลยรู้ว่าช่างสอนอะไรบ้าง ผ่านมาเกือบ 30 นาทีก็เสร็จ แล้วเรียกน้อง 1 คนให้มา กันผม บนหัวผม!

แว๊บแรกคือ เอาแล้ววววกรู!  ผมสังเกตตั้งแต่แกะใบมีดโกน หักใบมีด  แล้วปาดครั้งแรก คือ… เสียวหู มาก (หูนะถูกแล้ว) ทุกครั้งที่ปาด มันมีความไม่มั่นใจเอาซะเลย ทุกครั้งดูละมุนนนไปหมด ทั้งท่าทางและการลงใบมีดโกน (ช่างไม่อยู่แล้วด้วยสิ ไปตัดคนอื่นต่อ) ~ ความเก้ๆกังๆ ทำให้ผมยิ่งไม่มั่นใจ ได้แต่ภาวนาว่า.. อย่าบาดหัวกรูนะ แต่ผมก็ยังไม่ปริปากอะไร ยังคงเชียร์ให้น้องเค้าทำให้สำเร็จ…. ซึ่งกันทั้งหัวก็ผ่านไปด้วยดี แม้จะใช้เวลามากกว่าปกติเกือบ 15 นาทีก็ตาม

 

เสร็จแล้วหันไปรายงานกับช่างว่าเสร็จแล้ว ช่างก็เดินมาดูแล้วบอกว่า สวยแล้ว (เราโล่งใจ) แล้วพาผมไปสระอีกรอบ ช่างก็มาเก็บความเรียบร้อยอยู่อีกนานสองนาน และสุดท้าย ผมต้องโดนกันรอบหัว…. อีกรอบจากช่างประจำ ~ ณ วินาทีนั้นผมไม่โกรธเลย และยังยินดีด้วยซ้ำที่ได้เป็นหัวให้น้องเค้าเรียนรู้ ได้ลอง ได้ลงมือ ถ้าไม่มีเรา น้องเค้าจะได้อย่างไร ผมคิดถึงบุญกุศลเลยนะเนี่ย เพราะต้องเอา หูตัวเอง มาเสี่ยง

ขณะที่ช่างผมเก็บรายละเอียดหัวผม และไม่มีลูกค้าคนอื่นๆแล้ว น้องๆ 3 คนนั่งเรียงกันบริเวณหน้าร้านแต่ไม่ไกลจากผมนัก สายตาผมยังชำเลืองดูได้อย่างชัดเจน
~ นาทีนี้คือเรื่องที่ผมเขียนในตอนนี้ครับ… มี 1 คนที่ดึงความสนใจผมจากคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด คนที่ “กันผม” ให้ผม เค้าหยิบ กรรไกรซอยผม ขึ้นมา…. แล้วบรรเลงท่วงท่าตัดผมตามจังหว่ะของช่างผมบนลม ทั้งการสับกรรไกร  นิ้วชี้กับนิ้วกลางมือซ้ายที่จับปอยผม มือขวาซอยกรรไกรแล้วทิ่มขึ้น ทิ่มลงเป็นจังหว่ะที่สอดคล้องกัน ทำอยู่นานสองนานเลยทีเดียว

ผมแทบหุบยิ้มไม่อยู่ แล้วยังเกิดแรงบันดานใจจากโมเม้นท์นี้เป็นอย่างมาก  เลยไม่อยากเก็บไว้คนเดียวครับ หลังจากเดินออกมาจากร้าน ยังรู้สึกดีใจที่วันนี้ได้เป็นส่วนหนึ่งของน้องคนนี้ ที่ในอนาคต เค้าอาจจะเป็นช่างผมที่โด่งดังก็ได้ ~ ผมเชื่อเสมอว่าไม่มีใครที่จะ Born to be หรอก (มันก็อาจมีแต่น้อยยยยมั๊กๆ) หรือถ้าคำว่า Wanna be มันดูพยายามในทางลบเกินไป ผมอยากให้โมเม้นท์นี้มันเป็น ” Proud to be ” อย่างเต็มใจและฝึกฝนสม่ำเสมอ แล้วคุณก็จะ “ดี” และ “ใช่” ในสายตาคนอื่น