VLOG – The Weekend EP.32 [Full] มีความครบรสทุกเรื่องที่สุดที่ “เกาะหลีเป๊ะ” 3 คืน 4 วัน at Koh Lipe 2018

ก่อนอ่านบล็อกนี้ ผมแนะนำดูวีดีโอเพื่อความบันเทิงสักนิด… เพื่อเพิ่มความอิน และความอยากไปมากขึ้นนะครับ

“เกาะหลีเป๊ะ” กับความจริงหลายอย่างที่ได้สัมผัส

#ข้อแนะนำ อย่าลืมกด HD + เปิดเสียงดังสุด+ เอียงโทรศัพท์แนวนอน แล้วค่อยอ่านเรียงความของผม! เค้าว่าแชร์ให้คนที่อยากไปด้วยกัน ก็จะได้ไปด้วยกัน!!

น้ำทะเลใสราวกับกระจกสีฟ้าใส ที่เกาะกลางทะเลหบีเป๊ะ

❤ #คิดถึงหลีเป๊ะ เกาะสวยแสนไกลที่ผมได้ยินชื่อและเห็นรูป เห็นรีวิวมาก็เยอะมาก สะดุดในความใสกิ๊กของน้ำทะเล กับหาดทรายสีขาวจั๋ว แต่ในใจก็คิดว่าโอ๊ยย…

“ไกลshipหาย” ก็เลยได้แต่เอาไว้ก่อนๆ ไม่ได้ไปสักที จนน้องที่ทำงานด้วยกันคะยั้นคะยอชวนแล้วชวนอีก บอกว่า “พี่ตั๊บต้องไปกะหนู และพี่ต้องมาทำวีดีโอสวยๆที่นี่” จึงเป็นที่มาของ #VLOG “THE WEEKEND” ที่เกาะหลีเป๊ะนี่แหละครับ


น้ำทะเลแสนสวยที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา

ถ้าใครตามผมทางยูทูปจะพอรู้ว่าผมชอบเที่ยวแบบ #SoloTraveller คือไปนู่นไปนี่มันคนเดียว คือจะไปเที่ยวทั้งที ขอมีความสบายใจให้ตัวเองเป็นหลัก และผมก็ใช่ว่าจะไปกับใครได้ง่ายๆเพราะเป็นคนขี้รำคาญคนอื่นพอสมควร (เค้าเรียกว่าตุ๊ด เอ้ย.. ติส) ​ถ้าไม่สนิทจริงผมไม่ไปด้วยแน่ๆ กลัวจะเป็นแบบที่เค้าว่ากันว่า จะเลิกคบกันก็เพราะไปเที่ยวด้วยกันนี่ละ คือถ้าไม่รู้จักนิสัยใจคอกันจริงๆแล้ว จะเที่ยวด้วยกันนี่มันยากมาก….

ผมมองว่าการไปเที่ยวควรมีอุปสรรคบ้าง มันถึงจะสนุก และความสนุกคือ เราต้องช่วยฟันฝ่าไปให้ได้จ๊าา แบบนี้แฮรปปี้! #ขาลุย ถึงแม้ตอนผมจะปวดเขร้บนโป๊ะก็ต้องรอ ห้ามบ่น #โรคปวดเข้มันทุกที่และห้ามไม่ได้” 


ซุ้มประตูคู่รัก, เกาะไข่ อุทยานแห่งชาติตะรุเตา

อ้อ #BLOG นี้สั้นนิดเดียว… ถ้าสไตล์ผมจะเล่าจะเม้ารีวิว How to ในคลิปด้วย อย่าลืมกดดูวีดีโอคลิป VLOG รีวิวด้วยนะคร้าบ เน้นวีดีโอให้บรรยากาศมันพาไป ถ้าจะดูผมเล่าด้วย ตามไปที่ยูทูปได้เลยนะคร๊าบบ

ท่าเรือปากบารา มีร้านขายของ และทัวร์ให้เลือกเยอะ

 

นักท่องเที่ยวและชาวบ้านมารอเรืออย่างคับคั่งที่ทางเรือปากบารา

 #เริ่มกลับมาเข้าเรื่อง

จะไปหลีเป๊ะทั้งที ผมว่า 3 คืน 2 วัน น้อยไปคับ… แค่เดินทางไป-กลับ ก็เหนื่อยแล้ว ขอจัดนานๆอีกสักหน่อยแบบสบายๆที่ 3 คืน 4 วัน ไปเลย เดินทางไปก็เกือบ 1 วัน ดำน้ำเต็มๆ 2 วัน ขากลับเดินทางอีก 1 วัน ยังมีเวลาทำนู่นนี่นั่นสบายๆหลวมๆ ซึ่งทริปนี้ผมแอบขี้เกียจพอสมควร เลยให้น้องที่ไปด้วยกัน จัดการ everythings จิงเกลแบลให้เสร็จสรรพ ทั้งหาตั๋ว ที่พัก ดำนำ ของกิน การเดินทาง อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม…

ผมขอจ่ายตังก์อย่างเดียว สรุปว่า.. ไม่เละ และแฮปปี้มากมาย พร้อมตากล้องมือโปรเก็บรูปสวยๆมาด้วย ที่บล็อกผมนะคร้าบ (รออดใจเดียว เดี๋ยวเอามาแปะไว้ใต้คอนเม้นต์นี้)

และนี่คือรีวิวจากประสบการณ์ของผมครับ

Speed Boat จากท่าเรือปากบารา ไปเกาะหลีเป๊ะราวๆ 2 ชั่วโมง

#การเดินทาง กรุงเทพฯ – เกาะหลีเป๊ะ เครื่องบิน-รถยนต์-เรือ ครบ 

ผมออกจากบ้านจริงๆตี 4 เพื่อต้องไปถึงสนามบินตอนตี 5 และเครื่องออกตอน 6 โมงกว่าๆ ไปลงที่สนามบินหาดใหญ่ ถึงประมาณ 8.30 หลังจากนั้นต่อรถตู้ที่สนามบินเพื่อไปท่าเรือปากบารา ใช้เวลาจากสนามบินไปปากบาราเกือบ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นรอขึ้นเรือ (มีทั้ง Speed boat และ Ferry) ประมาณ 1.30 ชั่วโมง ระหว่างทาง Speed Boat จะแวะ 2 จุด คือ “ที่ทำการอุทยานแห่งชาติตะรุเตา” และ “แวะซุ้มหินคู่รัก” บนเกาะไข่ แล้วก็ตรงดิ่งไปหลีเป๊ะเลย….

ซึ่ง Speed boat จะส่งเราที่โป๊ะขนาดใหญ่ก่อน ต้องจ่ายค่าเรือหางยาวเข้าเกาะ” เพื่อขึ้นฝั่งอีกทีนึง หลังจากนั้นก็นั่งท้ายรถกระบะของรีสอร์ทไปอีก 10 นาที ถึงที่พักบนเกาะประมาณ บ่าย 15.00 ซึ่งงเหนื่อยแล้วครับ ตอนนั้นจำได้ว่าหิววมากกกก……

สรุปว่า การเดินทางไม่ยากลำบากเลย แต่นาน

นำทะเลที่เค้าว่าใสอย่างกับกระจก มันเป็นแบบนี้นี่เอง


ลักษณะหินที่เป็นเงาเมื่อถูกน้ำและแสงแดด ที่เกาะหินงาม ไม่ไกลจากหลีเป๊ะ

#สัมผัสแรก – First Impression

ระหว่างทางที่เรือหางยาวจะไปส่งผมที่เกาะนั้น สัมผัสแรกคือออ “น้ำใสปิ้งๆ” ใสขนาดเห็นทุกอย่างข้างล่างเลยละ ซึ่งมีปะการังน้ำตื้นด้วยเยอะแยะมากมาย นี่คือเหตุผลที่ Speed boat ต้องไปส่งเราที่โป๊ะก่อน เพราะเรือเข้ามาไม่ได้ น้ำตื้นมากครับ เรือใหญ่อาจไปทำลายปะการังได้

น้ำทะเลรอบๆเกาะหลีเป๊ะมีความตื้น เรือ Speed boat และเรือใหญ่ไม่สามารถเข้ามาได้

บนเกาะก็เป็นชุมชนที่ชาวบ้านที่อาศัยบนเกาะครับ มี 7-11 มีโรงเรียน มีบังดาโล มี Guest House ฯลฯ และการเดินทางของนักท่องเที่ยวต้องอาศัยรถกระบะ เพราะถนนหนทางก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ครับ และต้องขึ้นเนินลงเนินบ้างเล็กน้อย ชาวบ้านก็มีรถเครื่อง (มอไซต์) ใช้กัน

บรรยากาศ Sunset : ถ่ายโดย Piyapat Supakosit

และครั้งนี้ผมไม่ได้พัก hostel ♨ ราคาแสนถูกอีกต่อไปแล้ว ผมมารีสอร์ทอย่างดี ที่อยู่ “หาดคาร์มา” ชื่อว่า “Mountain Resort Koh Lipe” ซึ่งคืนละประมาณ สองพันปลายๆ (ไม่ได้วิวทะเล) แต่ติดชาดหาดที่สวย สงบ ได้วิวดวงอาทิตย์ตกดินที่สวยมว๊ากกก เดินลงมาจากรีสอร์ทเพียงไม่กี่เก้าก็ได้สัมผัสกับทรายขาวละเอียดแล้ว…

ผมแฮปปรี้สุดๆเลย

ด้านหลังเป็นรีสอร์ท mountain resort koh lipe ได้วิวที่สวยที่สุด

#อาหารการกิน

มื้อเช้าก็ Breakfast ที่รีสอร์ท กาแฟ ข้าวต้ม ไข่ดาว ขนมปัง เบคอน ไส้กรอก ฯลฯ เรียกว่ากินให้อิ่มเต็มที่

มื้อเที่ยงก็ Lunch ข้าวกล่อง ที่สั่งเอาไว้ว่าอยากกินอะไร (ทัวร์บางเจ้าเค้าก็ไม่ให้เราเลือกครับ) พร้อมสับปะรดและแตงโมหวานๆ บนชายหาดส่วนตัว ที่ไกด์ของเราเค้าจะเตรียมไว้ให้เรียบร้อยแล้วครับ

Breakfast กับวิวตอนเช้าที่ Mountain Resort Koh Lipe

มื้อเย็นก็ Dinner ร้านอาหารที่ “Walking Street” กับข้าวอร่อยๆ อย่างละ 300-400 บาท ตามสั่งจานเดียวง่ายๆก็ 100-120 บาท 3 คนมื้อนึงก็ตก 1,300 ละครับ (อ่อ ห้ามลืมนะ ไม่มีหมู ผมเกือบพลาดไปแล้ว)

ร้านรวงทุกอย่างมีครบ ธนาคาร ร้านของที่ระลึก ทัวร์ดำน้ำ ร้านขายยา คลีนิค โรงพยาบาล ฯลฯ เรียกได้ว่าถ้าลืมอะไรมาซื้อที่นี่ได้สบายๆ อ๋อ มีร้านชาชักชื่อดัง “เตอร์บิลัง” ผมไม่พลาด แต่คิวยาวเหยียดดดด

บรรยากาศยามพระอาทิตย์ตกดินที่ Sunset Beach

ถ้ารีสอร์ทอยู่หาดพัทยาก็ไม่ต้องกลัวอดครับ ร้านอาหารเยอะ 7-11 ก็มี แต่ราคาก็สูงตามปกติ ที่ชื่อว่าหาดพัทยา เพราะตรงนี้คึกคักเหมือนเป็น “พัทยาย่อส่วน” ชายหาดก็มีควงกระบองไฟและร้านริมหาดเปิดเพลงครึกครื้น เอาเป็นว่ามาที่หลีเป๊ะคนเดียว ไม่มีทางเหงาแน่นอนครับ

ร้านอาหารทะเลที่ Walking Street ติดกับหาดพัทยา มีร้าน Seafood เยอะแยะมากมาย

จากรีสอร์ทผม มีบริการรถรับ-ส่ง จนถึง 4 ทุ่ม เป็นรถกระบะ บริการเป็นรอบๆ ใครจะมา Walking street ก็ต้องใช้บริการ เพราะเดินมาไม่ได้ และยุงเยอะมากมาย กัดคันชิบเป๋ง ถ้าเพลิดเพลินที่ walking street แล้วกลับมาไม่ทัน 4 ทุ่มก็มีมอไซด์รับจ้าง คนละ 50 บาทครับ

ปูเสฉวนคืบคลานออกมาหลายสิบตัว เพราะผมทำแตงโมหล่นไว้.. น้องไกด์บอกว่ามันตามกลิ่นมา

#กิจกรรมที่เกาะ

ถ่ายรูปสิครับ ชายหาดสวยๆ แสงงามๆยามเย็น

ถ้ารีสอร์ทมีเรือคายักก็เอามาเป็นพร็อพด้วยได้อย่างดี

ถ้ารีสอร์ทมีสระว่ายน้ำ มีสปา มีนวดเทอราพี ถ้าครบครันแบบนี้ก็เปรมมเลยสิ

 

หรืออยากจะเดินวิ่งรอบเกาะก็ได้ ตัวเกาะมีความยาวเพียง 3 กม. แค่นั้นเอง แต่วันแรกก็หมดแรงแล้ว ส่วนอีก 2 วันต้องดำน้ำทั้งวัน กลับมาก็หมดแรง นอนตายถึงเย็น เพราะฉนั้นกิจกรรมเดินวิ่งรอบเกาะ ผมขอบายครับ

เตรียมแค่พร้อพ เบาๆ เล่นสนุกๆกับเพื่อนๆมาละกันคับ หรือถ้าไปเป็นคู่ก็…. เล่นจ้ำจี้กันไหมละ คิคิ

โยคะท้าตะวันตกดินที่หาด Sunset Beach

 

“การดำน้ำดูปะการัง” 

แน่นอนว่ามาหลีเป๊ะ Must do คือ ดำน้ำดูปะการัง ออกเรือตอนเช้าประมาณ 8-9 โมง กลับเข้าฝั่งอีกทีก็ประมาณบ่าย 3 ครึ่งครับ เรือที่พาเราไปจะเป็นเรือหางยาว นั่งได้ 5-6 คน

ถ้ามาน้อยก็ไปซื้อทริปที่เกาะเอาก็ได้ หรือถ้าจะเหมาเรือ ก็ให้ที่พักจองให้ หรือจะไปเดินหาที่ walking street ก็ได้ราคาไม่ต่างกันมาก แถมมีให้เลือกเยอะด้วย

นั่งเรือหางยาวไปดำน้ำดูปะการังและแวะตามจุดต่างๆ

ราคาเหมาเรือ 1,500-2,000  อยู่ราวๆนี้แล้วแต่จะไปดำจุดไหนบ้าง จะไปรอบนอก หรือจะไปรอบใน มีหน้ากากดำน้ำและเสื้อชูชีพให้ด้วย แต่ถ้าไป 2-3 คนแล้วอยากประหยัดก็ต้องไปจอยกับคนอื่นเอา ก็ประมาณคนละ 500บาท  แต่ผมว่ามันก็ไม่ค่อยส่วนตัวเท่าไหร่ไง แต่ถ้าไปคนเดียวนี้ยังไงก็ต้องไปจอยเอา หรือจะหาแบบ Speed boat ก็ได้นะ เร็วดี แต่คนเยอะ วุ่นวาย ฟิลไม่ได้เหมือนเรือหางยาวแบบส่วนตัว

ดงปะการัง ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็ยปลาดาว

ผมออกทะเลไป 2 วันเลยครับ “วันแรกไปรอบนอกก่อน” ถ้าผมจำไม่ผิดประมาณ 5 จุด แวะถ่ายรูปที่ “เกาะรอกลอย”  น้ำทะเลสวยมาก ต้องไปตอนมีแดดครับ สีเขียวเทอควอยท์เลย ระยิบระยับสวยจนใจเต้น แวะกินข้าวกล่องบนเกาะส่วนตัวที่ลิง มันจะมาแย่งข้าวผม!

ชายหาดส่วนตัวสำหรับกินข้าวกลางวัน

ส่วนอีก 1 วัน ผมไปรอบใน จุดไฮไลท์คือ “ปะการัง 5 สี” แต่มันอยู่ลึกพอสมควร เพราะมันอยู่กลางทะเลเลย และก็แวะถ่ายรูปที่ “เกาะหินงาม” ถ่ายรูปออกมาสวยจริงๆ ก่อนถ่ายแนะนำให้วิดน้ำทะเลสาดลงไปบนหินก่อน มันจะถ่ายรูปสวยขึ้นหลายเท่า! แวะกินข้าวที่ “หาดทรายขาว” ส่วนมากคนอื่นเค้าก็จะมาแวะที่นี้กันด้วย เพราะฉนั้นที่นี่ไม่ใช่หาดส่วนตัว แถมวุ่นวายทีเดียว

น้ำทะเลที่เกาะหลีเป๊ะใสราวกับกระจก

การดำน้ำแบบ Snorkeling  เล่นเอาเหนื่อย วันแรกผมยังใช้เสื้อชูชีพอยู่ วันที่ 2 ไม่เอาละ ดำลงไปจริงๆ แบบ free driving ไปเลย ตอนแรกมีปัญหาเรื่องหูอื้อ แต่พอรู้วิธีเคลียร์หู ก็สบายแล้ว ผมยังกลั้นหายใจได้ไม่นานเท่าไหร่ คงต้องฝึกไปเรื่อยๆ แต่ไกด์ที่พาไปเค้าอยากให้เราใส่เสื้อตลอดเวลานะ คงเรื่องความปลอดภัย

แต่ผมดำมา 4 ทริปแล้ว ถ้าน้ำไม่ลึกมาก สบายมากๆ ถ้าใครไม่เคยดำ “ไม่แนะนำครับ” เพราะเสี่ยงเกินไป มันอันตรายอยู่ ทั้งเรื่องการหายใจ เรื่องคลื่นลม เรื่องงูทะเล เม่นทะเล เรื่องการไปทำลายปะการัง เพราะถ้าเราใกล้เค้ามากเท่าไหร่ ผมว่าเราต้องระมัดระวังมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะตีนกบครับ

ผมออกกำลังกายมาตลอด 2 เดือนเพราะเพื่อร่ายกายที่แข็งแรง พร้อมมาดำน้ำนี่ละครับ


บรรยากาศยามเย็นดูพระอาทิตย์ตกดินที่ Sunset Beach

#ช่วงเวลาที่ไป

ผมไปต้นเดือน พ.ค. ซึ่งเป็นช่วงจะเข้าหน้า Low แล้ว ยิ่งก่อนไป กรุงเทพฯ มีมรสุมฤดูร้อนช่วงที่ฝนตกทุกวัน  ผมใจแป๋วเลย ช่วงใกล้ๆ ผมดูพญากรณ์อากาศวันต่อวัน มันบอกว่าฝนตกทุกวัน ผมหมดหวังแล้ว คิดว่าไปต้องฝนตกแน่ๆเลย

เสื้อ KOH LIPE ตัวนี้ผมได้มาจาก Walking Street ตัวละ 200 ซึ่งผมเห่อมาก ซื้อแล้วใส่เลยไม่ซักด้วย

 

ถ้าพี่จะมาแบบพีคๆสวยๆ ต้องมาเดือนมีนาคม”

แต่วันที่ไป อากาศแจ่มใส ฟ้าเปิดทั้งวัน ⛅⛅ น้ำทะเลยังสวย ผมโชคดีมากๆ ถึงแม้วันที่ 2 ฟ้ายังไม่เคลียร์เต็มที มีเมฆมาก แต่ก็ไม่ถึงกับฝนตก ฝนตกปรอยๆแค่วันกลับ คือถ้าออกไปดำน้ำแล้วฝนตกทั้งวันนี่จบเลย หนาวตัวสั่น ไกด์ท้องถิ่น “น้องเกา” บอกผมว่า “ถ้าพี่จะมาแบบพีคๆสวยๆ ต้องมาเดือนมีนาคม” ได้! ไว้มีนาสักปีผมจะกลับมาใหม่ คือถ้ามาหลังจากนี้ ปลาย พ.ค. ก็จะเข้าช่วงมรสุมแล้ว

#อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียมไป ครีมกันแดดแบบกันน้ำ ที่ผมพกไปด้วยเป็น Anessa ของ Shiseido แต่ตอนล้างออกต้องใช้ water cleansing ด้วยเพราะมันทนทานมาก , นาฬิกากันน้ำได้, แว่นตากันแดด, หูฟัง, และโทรศัพท์ถ่ายรูปสวยๆ

บรรยากาศ Sunset : ถ่ายโดย Piyapat Supatkosit

#คำแนะนำ

ถ้าถึงที่ปากบาราแล้วผมแนะนำให้หา “ร้านขายเครื่องดื่มแบบโชว์ห่วยอะครับ”  ให้ร้านเค้าแพ็คเบียร์หรือน้ำอัดลมเย็นๆกับกล่องโฟมอัดน้ำแข็งมาเลย เพราะบนเกาะเบียร์แพงอยู่ ผมแบกมา 2 โหล หมดเกลี้ยง บนเกาะเบียร์กระป๋องละ 60-80 เชียว แต่ที่เกาะก็มีบาร์ให้นั่งอยู่นะ ค๊อกเทลขั้นต่ำแก้วละ 200 บาท… ขนมนมเนยก็ซื้อมาด้วยก็ดี 7-11 ของอัพราคาทุกอย่าง แต่มาคนเดียวไม่ต้องแบกให้หนักหรอก ผมกินน้อย แต่น้องมันกินเยอะ

วิวบนเกาะรอกลอย กับผืนน้ำใสสีสวยราวกับกระจก ทัวร์ดำน้ำก็จะมาดรอปให้เราได้ถ่ายรูปกันบนเกาะนี้ครับ

#บริษัททัวร์ที่ดูแลผมตลอดทริป

น้องผมหาบริษัทนี้เจอจากใน google นี่ละ ไม่ได้ให้ผมไปฟรี แต่ผมอยากแนะนำเพราะบริการดีเวอร์ คุยรู้เรื่อง จัดโรงแรมดีๆมาให้ เค้าส่ง “น้องเกา” ที่เป็นไกด์ท้องถิ่นมาดูแลเราตั้งแต่ท่าเรือปากบารา ช่วยขนของ หาข้าวหาน้ำ พาไปดินเนอร์(จ่ายให้ด้วย) พาไปโรงแรม มารับ-ส่งเราตรงเวลา (มีแต่ผมที่แอบเลททุกวัน) ไปดำน้ำกับเรา ปลอกสับปะรด ให้ความรู้เชิงลึกได้เป็นอย่างดี และน้องคนนี้น่ารัก สุภาพมากๆ

ราคาอาหารบนเกาะ

 

ผมสัมฯน้องเค้ามาคือ น้องเค้าโตมาที่หลีเปีะเลย แล้วก็ไปทำงานที่สตูล เป็นไกด์ดูแลนักท่องเที่ยวอยู่ที่ “อันดามัน บลู ซี ทัวร์” ด้วย (ผมเคยเจอไกด์แบบไม่ค่อยได้เรื่องอะ) เจอน้องคนนี้ผมปลาบปลื้มมาก…… ผมจ่ายทีเดียว เค้าจัดการให้หมดเลย ที่พัก ร้านอาหาร เรือ รถ เรียกว่า ผมไม่ต้องเหนื่อยเที่ยวไล่หาทีละอย่างสองอย่างอะครับ บอกแล้วว่าคราวนี้มาแบบสบายๆ ให้น้องจัดการ

ลิงบนเกาะกับขยะจากฝีมือของนักท่องเที่ยวที่ไม่รับผิดชอบ ทำให้ขยะเกลื่อนกลาดชายหาด และให้อาหารลิงแบบเรี่ยราด

น้องมันเลยให้ เอเจนซี่ ทัวร์ จัดการซะเลย เยี่ยมมาก! ผมแฮปปรี้

ผมตั้งใจพิมพ์มากเลยนะเนี่ย “ตั้งแต่ทุ่มนึงยันห้าทุ่มเลย” ย้อนขึ้นไปดูพิมพ์ไปเยอะมาก ไม่รู้จะมีใครอ่านเปล่า ใครอ่านแล้วเห็นว่าดีช่วยแสดงตัวให้ผมรู้ด้วยนะคร้าบบบ #ขอบคุณมากครับ

ฝากชาแนลผมที่ยูทูปด้วยนะคร้าบบบ มี VLOG มากมาย ทั้ง กระบี่ เกาะลันตา เกาะเต่า เกาะสีชัง ฯลฯ กด subscribe ด้วยนะคร้าบบที่ https://www.youtube.com/takeontubb

TUBB . Your Blogger, Your Friend

แผนที่เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล