รีวิว WD My Passport SSD ความเร็วและราคาที่..แรง ใครที่ควรซื้อ !!??

ใครที่กำลังลังเลอยู่ว่าจะซื้อ external drive หรือ external hardisk แบบไหนดี จะซื้อแบบ SSD เลยดีไหม ลองถามตัวเองก่อนครับว่า วัตถุประสงค์หลังของการซื้อ external drive ตัวใหม่ของคุณคืออะไร…..

ข้อดีที่สุดที่ผมสามารถสัมผัสได้ด้วยตาคือ มันเป็น external drive ที่มีขนาดเล็กมากถึงมากที่สุด เท่าที่เคยจับมา โดยมีขนาดยาวเพียง 9×4.5 ซม. และหนาเพียง 1 ซม. เท่าน้านนนน โอ้ววว ชอบบบที่ความเล็ก พกง่ายพกสะดวก

Portable ที่ใช้เป็นแบบ USB-C ซึ่งถ้า Mac หรือ PC ของใครยังเป็นรุ่นเก่าที่ไม่มี USB-C ในกล่องเค้าจะมี adapter USB-C to USB ให้… แต่ผมติดอยู่อย่างเดียวคือ สายมันสั้นไปหน่อย (รวมข้อต่อแล้วประมาณ 17 ซม เอง)

และผมคิดว่าไม่น่าจะต่อเข้ากับ Andriod ได้นะ… รู้สึกเหมือนว่า OS มันไม่ support หรือเปล่าผมไม่แน่ใจเพราะไม่มี Andriod ลองเสียบครับ

ส่วนเรื่องความเร็วนั้นผมใช้วิธีทดสอบโดยโยนไฟล์ขนาด 72GB ลง external drive ทั้ง 2 ตัว แล้วดูว่า มันใช้เวลาในการโอนถ่ายข้อมูลเท่าไหร่ ซึ่งผลทดสอบชัดเจนอยู่แล้วว่าแบบ SSD มันต้องเร็วกว่าแน่นอนครับ

โดยที่ Hardisk ที่เป็นจานหมุนใช้เวลาไปประมาณ 14 นาที ส่วน SSD ใช้เวลาเพียง 4 นาทีเท่านั้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ความเร็วในการโอนถ่ายข้อมูลมันเร็วกว่าประมาณ 3-4 เท่าครับ

แต่ด้วยราคาที่แรงกว่า external hardisk ปกติถึง 5-6 เท่า โดย WD My passport SSD ขนาด 1 TB ที่ผมได้มาจากงานคอมพ์ฯ ราคา 9,900 บาท (ราคาปกติทั่วไปที่ขายในเว็บไซต์อยู่ราวๆ 15,900 บาทครับ)

ดังนั้นผมมองว่าคนที่สมควรจะใช้คือ

1. คนที่ต้องใช้ความเร็ว ทำงานกับโปรแกรมที่ต้อง render บน external drive ได้เช่น ตัดต่อ VDO หรือ Photoshop ขนาดใหญ่ๆ ไม่ได้แคร์ที่ขนาดความจุ เพราะถ้าเลือกความจุ ตัวเลือกนี้อาจจะไม่ใช่

2. คนที่ชอบพกของน้อยๆ แต่ต้องทำงานกับข้อมูลบน usb ตัวนี้ผมว่าเหมาะ เพราะมันมีขนาดเล็กมาก สามารถใส่กระเป๋าเสื้อได้เลย คือถ้าไม่ได้ซื้อที่ความเร็ว… เลือกที่ขนาดมันเล็ก ก็ยังโอเคอยู่ครับ

3. คนที่มีสตางค์พอจะซื้อได้โดยไม่ลำบาก เพราะอย่างที่บอกว่าราคาตัวนี้แพงกว่า external drive ทั่วไปถึง 5-6 เท่า ถ้าในราคาระดับเดียวกัน คุณสามารถซื้อ 6-8TB ได้ถึง 2 ลูก

สุดท้าย ไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นที่จำต้องซื้อ external drive ที่เร็วและแรงขนาดนี้ครับ ลองดูถึงเรื่องความจำเป็น เพราะถ้าซื้อมาแล้วใช้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ มันก็ไม่ค่อยคุ้มค่าเท่าไหร่ครับ เดี๋ยวก็มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ดีๆ เร็วๆ มาอีกแน่นอน