วิชายื่นภาษีออนไลน์เบสิกของมนุษย์เงินเดือน 1.0

ทำไมต้องยื่นภาษีประจำปี

น้องๆที่ออฟฟิศมีคำถามว่า “หนูมีรายได้น้อย ทำไมต้องยื่นภาษีด้วยคะ” หรือ “ผมทำงานแบบฟรีแลนซ์ ไม่ได้ทำงานประจำ ต้องยื่นภาษีด้วยเหรอ เค้าก็หักภาษีไปอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ”

เอ้า… น้องครับ เราถูกหักภาษีส่งเข้ารัฐฯ ไปทุกเดือน ถ้ารายรับตลอดทั้งปีเราไม่ถึง 150,000 บาท เราก็ต้องได้เงินคืนไงคับ หรือถ้าคำนวณออกมาแล้ว (หักลดหย่อนค่าต่างๆนาๆจิปาถะ) เราไปตกในเกณฑ์ที่ต้องชำระแค่ 10% แต่เราชำระไปเกิน เราก็จะได้คืนในส่วนที่เกินไงจ๊ะ *อาจจะไม่ได้คืนทั้งหมดหรอก แต่ก็ได้คืนบางส่วนไง ไม่ดีเหรอ ได้เงินคืนดีกว่าเสียไปเปล่าๆ

หรือ อีกกรณีนึงก็คือ “จ่ายภาษีเพิ่ม” ถ้าเราส่งภาษีไปไม่ถึงยอดที่เราควรจะต้องจ่าย เราก็ต้องจ่ายภาษีไปเพิ่มไงจ๊ะ (กลัวข้อนี้กันใช่ไหมล่ะ เลยไม่ยื่นกัน)

ยื่นเถอะๆๆ ขอร้อง ฝึกทำเองให้เป็น มันไม่ได้ยากอะไรเลย.. ไม่ต้องให้ HR ยื่นให้หรอก เพราะเค้าก็ไม่รู้ว่าเราหักอะไรได้บ้าง พึ่งตัวเองซะบ้างเรื่องง่ายๆที่ไม่ต้องพึ่งคนอื่นครับ วิชานี้ใช้ได้ทุกปีจนเกษียณเลย ฝึกฝนไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็เชี่ยวชาญการหักลดหย่อนไปเอง

ยื่นตอนไหน

เราสามารถยื่นภาษีได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมเป็นต้นไปจนถึงวันที่ 31 มีนาคม ซึ่งจะยื่นได้ก็ต่อเมื่อเราได้เอกสารครบครับ….ย้ำนะ เมื่อเอกสารเราครบ (ถ้ายังไม่ครบต้องไปตามมาให้ครบ) และเมื่อพร้อมนั่นแหละ แต้ต้องไม่เกินเวลาที่เค้ากำหนด บางปีเค้ามีโปรโมชั่น คือ เลื่อนออกไปให้วันสุดท้ายเป็นสิ้นเดือนเมษายน อะไรประมาณนี้

คำแนะนำ#1 : ยื่นยิ่งเร็วยิ่งดีครับ อย่าทำตัวเป็นคนผลัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ ยิ่งเรายื่นเร็ว ก็มีสิทธิ์ได้เงินคืนไว หรือถ้าเราต้องจ่ายเพิ่ม เราก็จะได้มีเวลาเตรียมตัวหาตังค์เพิ่มครับ ถ้าอยากรวดเร็ว… ไม่ควรยื่นเกินเดือนมกราคมครับ กลางๆเดือนได้ยิ่งดีครับ

 

ยื่นที่ไหน / ยื่นแบบไหน

เดี๋ยวนี้สะดวกสบายมาก ยื่นผ่านออนไลน์ได้เลยที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร https://rdserver.rd.go.th แล้วคลิกเมนูยื่นแบบออนไลน์ ถ้าเป็นมนุษย์กินเงินเดือนธรรมดาๆก็ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90/91 คนส่วนใหญ่ก็ต้องยื่นอันนี้กันทั้งนั้นแหละ

หรือออออออ….. ไปยื่นที่ “สำนักงานสรรพากรพื้นที่” ได้นะ ที่นั่นเค้าจะมีเจ้าหน้าที่คอยช่วยเรายื่นแบบเอกสารอยู่ ครั้งแรกที่ผมยื่นก็ไปยื่นกับเจ้าหน้าที่สรรพากรในสำนักงานเขตเลย

 

คำแนะนำ#2 : กรมสรรพากรเค้ามี application ให้ยื่นด้วยนะที่ app url แต่ยังใช้งานไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่คับ ยื่นผ่านหน้าเว็บไซต์แหละสะดวกสุดแล้ว

 

ขั้นตอนในการยื่นภาษีผ่านออนไลน์

ถ้าเอกสารพร้อม ใจพร้อมที่จะเรียนรู้และลองทำ ก็ไม่มีอะไรยากครับ มีเพียงแค่ 4 ขั้นตอน

  1. เตรียมเอกสารให้พร้อม
  2. เข้าเว็บไซต์ สมัคร/ล็อกอิน
  3. กรอกข้อมูลตัวเลขให้ถูก
  4. ระบบสรุปผล รับเงินคืน/ชำระเงินเพิ่ม

1.เตรียมเอกสาร

รวบรวมเอกสารที่ต้องใช้ไว้ทั้งหมดครับ ถึงแม้เราจะยื่นภาษีแบบออนไลน์ เราจำเป็นที่จะต้องรวมเอกสารไว้ในกองเดียวกันครับ โดยเฉพาะหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย หรือ 50 ทวิ ที่บริษัทจะต้องออกให้เรา (สลิปเงินเดือนไม่ใช่เอกสารที่ใช้ยื่นภาษี) กรณีเรารับเงินทั้งจากบริษัทที่ทำงานประจำ และรับเงินจากบริษัทอื่นที่เค้าออกให้เรา เราต้องเก็บไว้และเอายอดเงินรับ-หัก มาคำนวณด้วยเหมือนกันครับ

ให้แยกเอกสารรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย กับหลักฐานค่าลดหย่อนออกจากกัน เบื้องต้นยังไม่ต้องสแกน..ถ้ายื่นแบบไปแล้ว ทางกรมสรรพากรร้องขอเอกสารเพิ่มเติม… เราต้องมีไฟล์ส่งให้เค้าทางระบบออนไลน์ด้วยครับ

การลดหย่อนภาษี

หมายถึงรายการค่าลดหย่อนและค่าใช้จ่ายที่เราจ่ายไป ที่กฎหมายกำหนดไว้ว่าสามารถนำมาหักออกจากเงินได้ ซึ่งมีประโยชน์ในการใช้คำนวณ Tier การเสียภาษีของรายได้สุทธิไง ก็จะทำให้เราเสียภาษีได้น้อยลง ซึ่งก็จะมีสิทธิต่างๆ รวมถึงโปรโมชั่นของรัฐบาลในแต่ละปีที่นำมาหักได้ เช่น ค่าเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ค่าซื้อของ OTOP ค่าเปลี่ยนยางรถยนต์ ฯลฯ ก็ต้องติดตามโปรฯในทุกๆปลายปี

 

รู้หรือไม่ : ทันทีที่เรายื่นแบบภาษีประจำปี… ทุกคนจะได้ค่าลดหย่อยส่วนบุคคล 60,000 บาท อยู่แล้วแบบอัตโนมัติ!

 

คำแนะนำ#3 : ตลอดทั้งปีเราไม่รู้หรือคับว่าเราได้เอกสารอะไรมาบ้าง สุดท้ายเราก็จะหาเอกสารที่ใช้ยื่นภาษีไม่เจอ เพราะโยนทิ้งไว้ไม่เป็นที่เป็นทาง คำแนะนำของผมที่ผมทำก็คือ มีแฟ้มสำหรับเรื่องทำภาษีไว้ 1 อัน เวลาได้อะไรมาก็ยัดเก็บไว้ในแฟ้มนี้ครับ… เพื่อจะได้ไม่ต้องวุ่นวายตามหาเอกสารตอนที่เราจะต้องยื่นภาษีครับ

คำแนะนำ#4 : บริษัทที่เราทำงานประจำอยู่ เค้าจะคำนวณให้เสร็จสรรพว่าฐานเงินเดือนของเราจะต้องเสียภาษีเท่าไหร่  เค้าก็จะหักต่อเดือนไปเท่านั้น ซึ่งกรณีถ้าเราไม่มีรายรับอย่างอื่น มีแต่เงินเดือน เราไม่ต้องรอ 50ทวิ จากบริษัทก็ได้นะ ใช้ตาราง Excel รวบรวมจำนวนเงินที่รับ/ที่หัก/ประกันสังคม จากสลิปเงินเดือนเราได้เลย รวมเท่าไหร่ก็ใช้ตัวเลขนั้น (ซึ่งยอดมันควรจะเท่ากันกับที่ บริษัทเค้าส่งสรรพากร ถ้าไม่เท่ากันคือบริษัทฯมันทำตัวเลข ฟ้องสรรพากรได้เลย) อ๋อ อย่าลืมตัวเลขโบนัสด้วย**

 2.เข้าเว็บไซต์

วิธีที่รวดเร็วและง่ายที่สุดก็คือยื่นแบบผ่านออนไลน์ครับ คลิกเข้าไปที่นี่เลย https://rdserver.rd.go.th/publish/index.php?page=taxonline หลังจากนั้นก็เลือก ภ.ง.ด.90/91 ได้เลยสำหรับมนุษย์เงินเดือนอย่างเรา

ระบบก็จะพาเราเข้ามาเลือกเมนูหลักของ ภ.ง.ด.90/91 ซึ่งไม่ต้องรั้งรอ เลือกยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้เลยครับ

เมนูในหน้ายื่นแบบภาษีของบุคคลธรรมดา ก็จะมีตั้งแต่คู่มือการใช้งาน การลงทะเบียน (ครั้งแรก ครั้งเดียว)  เปลี่ยนรหัสผ่าน ลืมรหัสผ่าน ตรวจสอบการคืนภาษี ฯลฯ ซึ่งถ้าใครยังไม่เคยลงทะเบียนยื่นแบบออนไลน์ ต้องลงทะเบียนก่อนครับ หรือถ้าใครเลยลงทะเบียนไว้แล้ว ก็เลือก ยื่นแบบฯ ภ.ง.ด.90/91 ได้เลยครับ

หลังจากนั้นก็จะเข้ามาที่หน้า log-in ครับ เมื่อล็อกอินเข้ามาแล้วก็จะแสดงรายละเอียดส่วนตัวของเรา ให้เพื่อนๆตรวจสอบรายละเอียดดูว่า ชื่อ, นามสกุล, ที่อยู่ เป็นปัจจุบันหรือไม่ เช่น ถ้ามีเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล หรือที่อยู่ ก็คลิกแก้ไขข้อมูลก่อนครับ ถ้าตรวจสอบแล้วก็คลิกเมนู “ทำรายการต่อไป” ได้เลย

ก็จะเริ่มขั้นตอนการกรอกข้อมูลการยื่นแบบ ซึ่งจะมีทั้งหมด 6 หน้าครับ โดยเราจะต้องกรอกข้อมูลตามลำดับทีละหน้าไปเรื่อยๆจนถึง “หน้ายื่นแบบ” ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย แต่ก็สามารถย้อนกลับมาแก้ไขข้อมูลก่อนหน้าได้เหมือนกันครับ

หน้า 1 หน้าหลัก

ในหน้านี้ถ้า “คนโสด” ก็จะง่ายมาก แค่ติ๊กที่

○ บุคคลธรรมดา

○ โสด

○ ยื่นปกติ

ถ้าแต่งงานแล้วก็ต้องกรอกข้อมูลของคู่สมรสของเราลงไปด้วย

เรียบร้อยแล้วก็กด “ทำรายการต่อไป”

———–

หน้า 2 เลือกเงินได้/ลดหย่อน

ในหน้านี้จะแบ่งเป็น 2 ฝั่งซ้าย-ขวา

ฝั่งซ้าย “เราต้องเลือกที่มาของรายได้ของเราว่าเราได้เงินจากอะไรบ้าง”

ฝั่งขวา “เราต้องเลือกว่าเรามีค่าลดหย่อนอะไรบ้าง”

 

ถ้าทำงานประจำอย่างเดียว ฝั่งซ้ายแค่ติ๊กที่

◘ มาตรา 40(1) เงินได้จากการจ้างแรงงาน เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง บำนาญ โบนัส ฯ

 

ส่วนฝั่งขวา ไล่ติ๊กตามส่วนลดหย่อนที่เรามี

◘ เงินสมทบกองทุนประกันสังคม (ข้อนี้บริษัทต้องส่งให้เราอยู่แล้ว ติ๊กไปครับ)

◘ อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาที่อายุ 60 ปีขึ้นไป (ติ๊กถ้าพ่อหรือแม่เรา อายุถึง 60 แล้วครับ)

◘ เบี้ยประกันสุขภาพ (ถ้าทำประกันไว้ บริษัทประกันจะส่งใบมาให้เราว่าเราหักได้เท่าไหร่)

◘ เบี้ยประกันชีวิต (ถ้าทำประกันไว้ บริษัทประกันจะส่งใบมาให้เราว่าเราหักได้เท่าไหร่)

◘ ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างอาคารที่อยู่อาศัย (ถ้าผ่อนคอนโดหรือบ้านกับธนาคาร)

 

ส่วนด้านล่างอาจจะเป็นโปรโมชั่นของรัฐบาลประจำปี เช่น ค่าซื้อสินค้าภายในประเทศ, ค่าท่องเที่ยวเมืองรอง ฯ ก็ต้องติดตามรัฐบาลเค้าประกาศว่า ค่าใช้จ่ายอะไรของเราที่สามรถนำมาลดหย่อนได้บ้าง

คำแนะนำ#5 : ถ้าเราอยากรู้ว่าแต่ละข้อคืออะไร สามารถคลิกรูป “?” วงกลมสีน้ำเงิน เพื่อดูคำอธิบายข้อต่างๆได้ครับ

 

เรียบร้อยแล้วก็กด “ทำรายการต่อไป”

———–

หน้า 3 บันทึกเงินได้

ในหน้านี้เราต้องกรอกตัวเลขแล้วครับ ถ้าเราเลือกในหน้า 2 ไว้เยอะ ก็ต้องกรอกเยอะ (รายได้จากหลายๆแหล่ง)  แต่ถ้าเราเลือกแค่ มาตรา 40(1) อย่างเดียว ก็กรอกแค่ตัวเลขจาก “ทวิ 50” จากบริษัทที่เราทำงานอยู่ (เค้าอาจจะให้เราช่วงต้นเดือน มกราคม แล้วแต่ว่า ฝ่ายบุคคลทำเร็ว-ทำช้าขนาดไหน)

หน้านี้จะกรอกอยู่ 3 ช่องเอง

◘ กรอกตัวเลขรายได้ทั้งปี

◘ กรอกภาษีที่เค้าหัก ณ ที่จ่ายไว้

◘ กรอกเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้จ่ายเงินได้ (เค้าบอกว่าให้ใส่ บริษัท ที่จ่ายเงินเราสูงสุดเพียงบริษัทเดียว ถ้าเราทำงานประจำก็เอา เลขภาษี ของบริษัท มากรอกที่ช่องนี้)

ช่องที่เหลือ ระบบจะคำนวณให้เราอัตโนมัติ

เรียบร้อยแล้วก็กด “ทำรายการต่อไป”

———–

หน้า 4 บันทึกลดหย่อน

ในหน้านี้เราต้องกรอกตัวเลข จากส่วนหักลดหย่อนที่เราเลือกไปจากขั้นตอนในหน้า 2 ครับ ถ้าในหน้า 2 เรามีส่งแค่ประกันสังคม ก็กรอกเฉพาะเงินที่เราส่งประกันสังคมไป (ในใบ ทวิ 50 ต้องมีตัวเลขนี้อยู่)  ถ้าเราเลือกไว้เยอะ ในหน้านี้เราก็จะต้องกรอกตัวเลขเยอะเหมือนกัน

◘ เงินสมทบกองทุนประกันสังคม

เรียบร้อยแล้วก็กด “ทำรายการต่อไป”

———–

หน้า 5 คำนวณภาษี

ชำระเพิ่ม/ชำระไว้เกิน

ในหน้านี้ไม่ต้องทำอะไรมากครับ เพราะระบบอันชาญฉลาดของสรรพากรเค้าจะคำนวณให้เราอัตโนมัติว่า “จะได้รับเงินคืน” หรือ “จะต้องจ่ายเพิ่ม” ก็จะเห็นจากหน้านี้ตรงข้อ 23. นี่แหละครับ

แล้วก็จะให้เรา ติ๊กอยู่ 2 จุด คือ ไม่ประสงค์จะอุดหนุนเงินภาษี หรือ ประสงค์จะอุดหนุนเงินภาษี และ มีความประสงค์จะขอคืนเงินภาษี หรือไม่เอาก็เลือกเอาครับ

หลังจากนั้นให้เรากรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อแจ้งผลทาง SMS

เรียบร้อยแล้วก็กด “ทำรายการต่อไป”

———–

หน้าจอก็จะแสดงใบหน้าแบบรายการภาษี ภ.ง.ด.90/91 ให้เราตรวจสอบข้อมูลที่ได้บันทึกเอาไว้ และขั้นตอนสุดท้ายคือ กด “ยืนยันการยื่นแบบ”

ขั้นตอนสุดท้าย ระบบก็จะแสดงผลการยื่นแบบ ให้เรา Save เก็บไว้เป็น .pdf ครับ

ถ้าได้รับเงินคืน กรมสรรพากร จะคืนเงินให้ผ่านทาง เบอร์โทรศัพท์ที่ใช้เป็นเบอร์ Promp Pay หรือ ถ้าต้องชำระเพิ่ม ระบบจะพาเราเข้าสู่ขั้นตอนการชำระภาษีครับ ก็เลือกได้ทั้ง ผ่าน e-payment, บัตรเครดิต, Mobile Banking, Counter Service ฯลฯ หรือเลือกยังไม่ชำระภาษีก็ได้ เก็บไว้จ่ายทีหลัง ซึ่งเท่าที่ทราบมาเค้าจะมีแบบแบ่งชำระเป็นงวดๆด้วยนะ 

เพียงเท่านี้ก็เสร็จสิ้นขั้นตอนการยื่นภาษีอ่านออนไลน์แล้วครับ ถ้าใครยังไม่เชี่ยวชาญเรื่องการยื่นภาษีเค้าก็มี application หรือเว็บไซต์ต่างๆให้เราลองคำนวณเล่นๆได้นะครับ

คำแนะนำ#6 : การคำนวณภาษีจะคิดจากเงินได้สุทธิที่หักโน่นนี่นั่นแล้วครับ คือถ้ามีรายได้เยอะ จะถูกหักแบบขั้นบันได 5%-35% ถ้าได้เงินทั้งปีไม่ถึง 150,000 ก็จะได้รับการยกเว้นภาษี ทำเรื่องคืนภาษีที่ถูกหักไว้ได้หมด แต่ถ้ามีรายได้มากขึ้น ก็ต้องหา “ค่าลดหย่อน” เอาไว้ด้วย จะได้ไม่ต้องไปตกในฐานภาษีที่สูงงขึ้น เค้าถึงต้องซื้อพวก LTF – RMF, ประกันชีวิต ฯ เอาไว้ลดหย่อนภาษีด้วย จะได้ไม่ต้องเสียภาษีในอัตราที่แพงครับ

คำแนะนำ#7 : ถ้าใครรับแบบฟรีแลนซ์ รับเงินในนามบุคคล แล้วต้องจ่ายออกแบบเป็นผู้รับเหมาด้วย วิธีที่ดีที่สุดคือ ไปให้เจ้าหน้าที่สรรพากรช่วยยื่นให้ครับ เพื่อนผมเป็นฟรีแลนซ์ มีรายรับค่อนข้างเยอะ แต่จ่ายออกก็เยอะเหมือนกัน จากที่จะต้องจ่ายเพิ่มหลายหมื่น… กลายเป็นว่าให้เจ้าหน้าที่ช่วยยื่นให้ ได้เงินคืนมาหมื่นกว่าบาท ดีมากๆ

 

การยื่นภาษีประจำปีเป็นหน้าที่ของผู้มีรายได้ทุกคนครับ ในฐานะประชาชนคนไทยที่ต้องเสียภาษีให้รัฐบาล ผมก็หวังเป็นอย่างยื่งว่าเค้าจะนำเงินของเราไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อพัฒนาประเทศชาติ โดยเฉพาะเรื่องระบบสาธารณูประโภคขั้นพื้นฐานและสวัสดิการต่างๆ ที่จะคืนความสุขให้ผมในยามที่ผมปลดเกษียณและเพื่อลูกหลานของเราครับ xoxo