ปรับปรุง  กุมภาพันธ์, 2558

เมื่อสื่อที่ได้รับความนิยมอย่าง Online Media (Digital Media หรือ internet อะไรก็แล้วแต่จะเรียก) เข้ามามีบทบาทกับการเสพข้อมูลของผู้รับสารหรือกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น ทำให้หลายๆองค์กรที่เกี่ยวข้องต้องปรับกลยุทธ์การ โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ ให้ทันยุคทันสมัย โดยเฉพาะการทำ Content บน Social Media!

traditional-mediaทั้ง Advertising Agency, PR Agency, เจ้าของผลิตถัณฑ์และบริการ รวมถึงหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน  ฯลฯ  หันมาให้ความสนใจและเจียดงบ โฆษณา-ประชาสัมพันธ์ มาใช่กับสื่อใหม่มากขึ้น และนับวันยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ หรือนี่จะถึงจุดจบของสื่อเก่าอย่าง หนังสือพิมพ์ วิทยุ-โทรทัศน์ ที่ย้อนกลับไปครั้นอดีต สื่อเหล่านี้เป็นสื่อที่มีอิทธิพลต่อผู้รับสารค่อนข้างมาก หลายท่านคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า อิทธิพลของสื่อ กับการทำหน้าที่ในฐานะสื่อสารมวลชน หรือประโยคเด็ดของ Mashall McLuhan (Understanding Media, 1964) ที่กล่าวว่า The Medium is the message (ซึ่งต้องมาศึกษากันเป็นกรณีไป) แน่นอนว่าก็มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับประโยคดังกล่าวนะครับ

ย้อนกลับไปที่กระบวนการสื่อสารมวลชน ที่จะประกอบไปด้วยองค์ประกอบอยู่ 4 ประเภทที่เรารู้จักกันดี ซึ่งในองค์ประกอบนี้มีผู้ที่เชี่ยวชาญด้านการสื่อสาร และการสื่อสารมวลชนให้ความเห็น และตั้งเป็นทฤษฎีที่เกี่ยวกับการสื่อสารอยู่หลายทฤษฎีที่เราก็ต้องมานั้งศึกษาเป็นปีๆ องค์ประกอบดังกล่าวคือ S M C R

S(Source) คือผู้ที่ทำหน้าที่ส่งสาร
M(Message) คือสาร หรือข้อมูลข่าวสาร (Information)
C(Channel) คือช่องทาง หรือสื่อ (Media)
R(Receiver)  คือผู้รับสาร

smcr_thumb

กระบวนการการส่งสารของสื่อเก่า ถ้าเราจำแนกตามทิศทางการไหลของข่าวสารนั้นจะเป็นการสื่อสารแบบทางเดียว (One-way communication) โดยที่ลักษณะของการส่งข่าวสารแบบนี้ “ผู้ส่ง” ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่ทำให้เกิดกระบวนการสื่อสารขึ้น ส่งข่าวสารผ่านสื่อไปยังผู้รับสาร โดยที่ผู้รับสารไม่มีโอกาสในการโต้ตอบ (Feedback) กลับไปยังผู้ส่งสารเลยในทันทีทันใด

one-way-communication_thumb

one way communication

ผู้รับสารจะทำหน้าที่เพียงรับสารหรือข่าวสารอย่างเดียว ลักษณะการสื่อสารแบบนี้เช่น การเขียนจดหมาย ใบปลิว หนังสือพิมพ์ ป้ายประกาศ วิทยุ โทรทัศน์ คำสั่งที่เป็นลายลักษณ์อักษร ฯลฯ

เมื่อมีการพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคมขึ้น ทำให้ผู้รับสารไม่ได้เป็นเพียงผู้รับสารอีกต่อไป แต่ยังสามารถเป็นทั้งผู้รับ-ผู้ส่งสารในขณะเดียวกันที่เราเรียกว่า “Feedback” หรือ Response ซึ่งในยุคแรกๆของสารสื่อสาร ผู้รับสารสารมารถโต้ตอบกลับไปยังผู้ส่งสารได้ทันที ตัวอย่างของการสื่อสารแบบนี้ เช่นโทรศัพท์ Walky-Talky ฯลฯ และเป็นการสื่อสารระหว่างบุคคล (Inter-personal Communication)

two way communication

two way communication

ในกรณีของการสื่อสารมวลชน (Mass Communication) ก็สามารถเป็น Two-way communication ได้เหมือนกันนะ เช่น สมัยก่อนเราฟังวิทยุ เราจะโทรศัพท์เข้าไปเพื่อขอเพลงที่เราอยากฟัง
ถ้าเราดูทีวีประเภทรายการขายสินค้าเราก็จะโทรเข้าไปซื้อสินค้าตามเบอร์โทรศัพท์ที่รายการขึ้นทางหน้าจอโทรทัศน์ เป็นต้น

การสื่อสารแบบนี้ทำให้ผู้ส่งสารทราบความต้องการของผู้รับสาร เพื่อที่จะนำไปปรับปรุง พัฒนาสินค้าและบริการ หรือเพื่อความเข้าใจที่ตรงกันนั่นเอง

ย้อนกลับมาที่สื่อเก่ากับสื่อใหม่ ในยุคที่โทรทัศน์ทำหน้าที่เป็นสื่อมวลชนใหม่ๆ หลายคนทำนายและคาดการณ์ไปต่างๆนาๆว่า สื่อเก่าอย่างหนังสือพิมพ์จะตายไปเพราะโทรทัศน์ เนื่องจากให้ทั้งภาพ ทั้งเสียง ทั้งความบันเทิงครบถ้วน แต่ปัจจุบันก็พิสูจน์แล้วว่า สื่อเก่า(มาก) อย่างหนังสือพิมพ์ก็ยังไม่ได้หายไปจากวงการสื่อสารมวลชน หนังสือพิมพ์ยังคงทำหน้าที่เป็นสื่อมวลชนให้ประชาชนได้รับข่าวสารมาจนถึงปัจจุบัน (๒๕๕๘) แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีการปรับตัวเองเข้ากับสื่อออนไลน์เช่นเดียวกัน ไม่เช่นนั้นก็จะหายตายจากไป

แต่เมื่อเทคโนโลยีทางด้านสื่อสารโทรคมนาคมเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดทำให้ผู้รับสารไม่เป็นเพียง ผู้รับสาร และตอบกลับเท่านั้น ยังกลายเป็นผู้ส่งสารอีกด้วย นั่นก็คือ ทุกคนสามารถเป็นได้ทั้งผู้ส่งและผู้รับในขณะเดียวกัน เพราะเรากำลังอยู่ในยุคของการสื่อสารที่เรียกว่า การสื่อสารใยแมงมุม หรือ Web Communication (www.)

Web communication

Web communication

รูปแบบของ Web Communication จากรูปด้านบน (A เป็นผู้ส่งสาร, B เป็นผู้รับสาร) แสดงให้เห็นว่าผู้รับสารไม่ได้ทำหน้าที่เป็นผู้รับสารเพียงอย่างเดียวซะแล้ว แต่ยังสามารถเป็นผู้ส่งสารได้ในขณะเดียวกันโดยผ่าน Channel ต่างๆที่ตัวเองสามารถส่งสารได้ (เช่น อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน ฯลฯ) ในลักษณะของการสื่อสารแบบใยแมงมุมเชื่อมโยงถึงกันไปเรื่อยๆ ซึ่งข้อมูลทีอยู่บนอินเทอร์เน็ต อาจเป็นข้อมูลที่อยู่นิ่งๆกับที่ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องวิ่งเข้าไปหาผู้รับสารเสมอไป(PUSH) ผู้รับสารหรือผู้บริโภคจะเป็นคนที่วิ่งเข้ามาหาข่าวสารเอง (PULL) ก็ได้ นี่เองที่ทำให้ผู้บริโภคหรือผู้รับสารมีสิทธิ์ที่จะเลือกมากขึ้นและทำให้เกิดการแข่งขันกันทางการตลาดสูงมาก และ Feedback ทั้งด้านดีและด้านลบก็รวดเร็วมากเช่นเดียวกัน

Sample for Web 2.0

Sample for Web 2.0

สิ่งที่ตามมาอย่างเห็นได้ชัดเจนคือสังคมออนไลน์ หรือ Social Media ที่เกิดจากการพัฒนาเว็บไซต์ให้กลายเป็น WEB2.0 ซึ่งเกิดขึ้นมาประมาณ 2547 โดยที่ผู้ใช้ปลายทางไม่ได้เป็นเพียงแต่เสพข่าวสารเพียงอย่างเดียว แต่ผู้ใช้ปลายทางที่เรียกดูเว็บไซต์ที่จะสามารถทำอะไรได้มากขึ้น

ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงบทบาทของการเป็นผู้รับสารเพียงอย่างเดียว ในการแบ่งปันข้อมูลข่าวสารหรือความรู้ที่ตัวเองมีอยู่ให้มีส่วนร่วมในการออหแบบเว็บไซต์ด้วย โดยให้ผู้ใช้เป็นศูนย์กลางแทน เช่น บล็อก (BLOG) –  เว็บไซต์หลายๆเว็บไซต์ใช้แพลตฟอร์มเว็บ 2.0 แล้วให้ผู้ใช้ปลายทางสร้างเนื้อหาขึ้นมาเได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย โดยที่ไม่ต้องมีวามรู้เรื่องการทำเว็บแต่อย่างใด เช่น Youtube, WordPress, Wikipedia, Flickr, eBay, Facebook ฯลฯ  และล่าสุด Google+ (ปัจจุบัน 2015 มี Social Media อื่นๆมากมายที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เช่น Instagram, tumblr, Socialcam, pinterest, LinkedIn )

ig-300x300 socialcam_top tumblr linkedin

เมื่อสื่อใหม่ล่าสุดอย่างอินเทอร์เน็ตเข้ามา (ถ้านับปัจจุบัน 2015 อินเทอร์เน็ตใช้มาประมาณ 20-30ปีแล้ว แต่บูมสุดๆก็ในยุคนี้ ที่อะไรๆ กลายเป็นดิจิทัลไปซะหมด) ทำให้ หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ฯลฯ กลายเป็นสื่อเก่าโดยปริยาย นักวิชาการหลายท่านก็ตั้งข้อสังเกตอีกว่า สื่อเก่าจะตายจากไป เพราะอินเทอร์เน็ตนั่นเอง

จริงหรือไม่จริงตอนนี้เรายังตอบไม่ได้แน่ชัด แต่หนังสือพิมพ์ในสหรัฐอเมริกาที่เป็นต้นฉบับของสื่อสารมวลชนที่มีชื่อว่า The Rocky Mountain News ได้ปิดตัวลง หลังจากที่ทำหน้าที่เป็นสื่อสารมวลชนมาถึง 150ปีจากการเผชิญปัญหาด้านเศรษฐกิจและการเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคสื่อของประชาชน

สื่อเก่าหลายแห่งต้องเริ่มปรับตัวให้เข้ากับยุคดิจิทัลซะแล้ว เราจะเห็นว่า …..

new-media1

-หนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับในประเทศไทย ให้บริการ News Content และมีเนื้อที่สำหรับการโฆษณาออนไลน์ด้วย หรือจะอ่านหนังสือพิมพ์แบบ e-Newspaper ได้โดยผ่าน Digital Device ต่างๆ

-โทรทัศน์ก็สามารถเข้าไปชมรายการย้อนหลังได้จากเว็บไซต์ช่องต่างๆ เราสามารถเลือกดูรายการที่เราพลาดชม หรือเลือกดูรายการโปรดได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะพลาดตอนจบของดอกส้มสีทอง

-วิทยุก็กลายเป็นโทรทัศน์หรือเป็นเคเบิลทีวี เราสามารฟังรายการวิทยุจากเว็บไซต์ หรือชมผ่านโทรทัศน์ก็ได้ ในขณะเดียวกันโทรทัศน์เองก็รายงานข่าวทั้งโทรทัศน์เองด้วยและก็ออกอากาศทางวิทยุ รวมถึงสามารถชมรายการสดๆทางอินเทอร์เน็ตได้อีกด้วย

-และที่สำคัญตอนนี้โทรทัศน์ของเราก็จะเป็น Internet TV โดยเป็นการพลิกโฉมของวงการโทรทัศน์อีกครั้ง เป็นการควบรวมอุปกรณ์ของสื่อมวลชนเพื่อให้ปรับตัวเข้ากับยุคของ Internet Technology

(อ่านตอนที่ 2)

Reference,
1. http://www.wikipedia.com
2. http://www.youtube.com
3. http://www.webmedia-solutions.com
4. http://www.marketing-made-simple.com
5. http://www.http://www.semshred.com/content1542